วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Firefox : ปิด Auto-Complete ใน Address Bar

จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ผู้ใช้บางท่านไม่ค่อยชอบฟังก์ชัน Auto Complete ที่ช่วยแนะนำแอดเดรสที่กำลังพิมพ์ด้วย URL ก่อนหน้านี้ที่เคยเข้าไปเยี่ยมชมในช่อง Address Bar ของ Firefox บ้างก็บอกว่า รำคาญ ที่มันคอยจะโผล่ขึ้นมา เลยอยากทราบวิธีปิดการทำงาน (disable) ฟังก์ชันนี้ ขอมา นายเกาเหลาก็จัดให้ครับ

งานนี้ไม่ได้เข้าไปแก้ที่ about:config แต่จะเข้าไปแก้ไขไฟล์ userChrome ซึ่งปกติถ้าเป็น Windows Vista/XP/2000 จะอยู่ในโฟลเดอร์

%AppData%\Mozilla\Firefox\Profiles\xxxxxxxx.default\chrome

แต่ถ้าเป็น 95/98/ME ก็จะเข้าไปที่

C:\WINDOWS\Application Data\Mozilla\Firefox\Profiles\xxxxxxxx.default\

โดย xxxxxxxx จะเป็นตัวหนังสือสุ่มที่มีความยาว 8 ตัวอักษร
เปิดไฟล์ userChrome.css ใช้โน้ตแพดก็ได้นะครับ จากนั้นพิมพ์ข้อความข้างล่างนี้เข้าไปครับ

/* Hide auto-complete in address bar */
#PopupAutoComplete, .autocomplete-tree {
visibility: hidden !important;
display: none !important; }

/* Remove arrow from Address bar */
.autocomplete-history-dropmarker {
display: none !important; }

จัดเก็บและปิดไฟล์ userChrome แล้วลองเปิดบราวเซอร์ Firefox อีกครั้ง คราวนี้ลองพิมพ์แอดเดรสของเว็บไซต์ใดๆ ก็ได้ที่เข้าไปประจำ จะสังเกตว่า ไม่มี Auto-Complete มากวนใจอีกแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก คอมพิวเตอร์ทูเดย์

Windows XP : ถังขยะหาย ภาค 2

ความจริงนายเกาเหลาเพิ่งตอบคำถามเกี่ยวกับอาการถังขยะบนเดสก์ทอปหายไป เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดได้รับคำถามทำนองนี้อีก นายเกาเหลาก็เลยย้อนกลับไปดูคำตอบก่อนหน้านี้ ปรากฏว่า เป็นการแก้ปัญหาถังขยะ หรือ Recycle Bin ของ Windows Vista แต่อีเมล์ที่สอบถามเข้ามาครั้งนี้มาจากผู้ใช้ Windows XP ครับ ก็เลยถือโอกาสตอบในตอนนี้เลยแล้วกันนะครับ

วิธีแรก คลิ้กขวาบนพื้นที่ว่างของเดสก์ทอปแล้วเลือกคำสั่ง Properties คลิ้กแท็บ Desktop แล้วคลิ้กปุ่ม Customize Desktop สังเกตตรงกลางของไดอะล็อกบ็อกซ์จะมีไอคอนต่างๆ ที่มักจะพบเห็นบนเดสก์ทอป คลิ้กเลือกไอคอนรูปถังขยะ Recycle Bin แล้วคลิ้กปุ่ม Restore Default จากนั้นคลิ้กปุ่ม OK คราวนี้ลองกลับไปสังเกตเดสก์ทอปของคุณ ซึ่งตอนนี้ ไอคอน Recycle Bin ควรจะกลับมาแล้ว แต่ถ้ายังไม่เห็นก็อย่าหมดหวังนะครับ เพราะนายเกาหลายังมีอีกวิธีหนึ่งที่อยากให้ลองพยายามอีกครั้ง

วิธีที่สอง ให้คลิ้กขวาบนพื้นที่ว่างของ Taskbar จากนั้นเลือกคำสั่ง Toolbars เลือก Desktop สังเกตที่ท้ายสุดของ Taskbar (ติดกับ System Tray) จะปรากฏคำว่า Desktop ที่ข้างๆ มีปุ่มหัวลูกศรซ้อนกัน ให้เพื่อนๆ คลิ้กขวาบนปุ่มลูกศรดังกล่าว ซึ่งคุณจะเห็นออปชันของไอคอนต่างๆ มากมายปรากฏขึ้นมา แน่นอนว่า หนึ่งในนั้นควรจะต้องมี Recycle Bin อยู่ด้วย ให้เลื่อนไฮไลต์ไปยังรายการดังกล่าว คลิ้กค้างลากแล้วนำไอคอน Recycle Bin มาวางบนเดสก์ทอป Windows XP จะติดตั้งไอคอน Recycle Bin บนเดสก์ทอปให้กับเพื่อนๆ โดยอัตโนมัติ แต่ถ้ายังไม่สำเร็จอีก นายาเกาเหลาก็ยังมีวิธีสุดท้ายมานำเสนอครับ

วิธีที่สาม คลิ้กขวาบนพื้นที่ว่างของ Taskbar ไปที่ Toolbars เลือกคำสั่ง New Toolbar… ซึ่งเพื่อนๆ จะพบว่า มันมีตัวเลือก Recycle Bin อยู่ในนี้ด้วย ให้คลิ้กลากแล้ววางไอคอนของ Recycle Bin ที่เห็นลงบน Desktop ของคุณ เพียงแค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

นายเกาเหลาเชื่อว่า ถ้า RecycleBin ของคุณไม่เสียหายร้ายแรง หรือระบบปฏิบัติการไม่เอ๋อจนเกินไป ทั้ง 3 วิธีนี้จะต้องมีวิธีหนึ่งที่ช่วยเรียกถังขยะกลับมาได้อย่างแน่นอนครับผม

ขอบคุณข้อมูลจาก คอมพิวเตอร์ทูเดย์

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ไขปัญหาอุปกรณ์ทำงานผิดพลาด

ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้น
จริงแล้วสาเหตุที่ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้นนั้นหลายครั้งมักเกิดจากความผิดพลาดทางด้านซอฟต์แวร์ ส่วนสาเหตุทางด้านฮาร์ดแวร์นั้นส่วนใหญ่มักเกิดจากฮาร์ดดิสก์มีแบดเซ็กเตอร์เป็นจำนวนมาก หรือเกิด แบดเซ็กเตอร์บริเวณพื้นที่ที่เก็บข้อมูลสำคัญของฮาร์ดดิสก์จึงทำให้ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถบูตขึ้นมาได้ โดยจะแสดงอาการเงียบไปเฉยๆ หลังจากที่บูตเครื่องขึ้นมาแล้ว หรืออาจฟ้องขึ้นมาว่า No Boot Device หรือ Disk Boot failure Please insert system disk and please anykey to continue

สำหรับวิธีแก้ไขนั้น ให้เราทำการตรวจสอบแบดเซ็กเตอร์โดยอาจบูตเครื่องขึ้นมาด้วยแผ่นบูตแล้วใช้ คำสั่ง Scandisk หรือโปรแกรม Norton Disk Doctor เวอร์ชั่นดอสตรวจสอบแบ็ดเซ็กเตอร์และซ่อมแซมดูก่อน หากมีแบดเซ็กเตอร์มากก็อาจไม่หาย หนทางสุดท้ายคือทำ Fdisk แบ่งพาร์ทิชั่นใหม่แล้วพยายามกันส่วนที่เป็นแบดเซ็กเตอร์ออกไป

บางครั้งสาเหตุที่ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้น นิ่งเงียบไปเฉยๆ อาจเกิดจากแผ่น PCB ( แผ่นวงจรด้านล่างของฮาร์ดดิสก์ ) เกิดการช็อต วิธีแก้ไขคือให้นำฮาร์ดดิสก์รุ่นเดียวกัน สเป็คเหมือนกันมาถอดเปลี่ยนแผ่น PCB ก็จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ตัวที่ช็อตกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม

หากต้องการกู้ข้อมูลที่สำคัญกลับมาไม่ควรใช้คำสั่ง Fdisk เด็ดขาดเพราะจะทำให้ข้อมูลที่อยู่ภายในฮาร์ดดิสก์ให้เกลี้ยงไปหมด ในที่นี้แนะนำให้ใช้โปรแกรม Spinrite ในการกู้ข้อมูลสำคัญๆ ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างมาเพื่อกู้ข้อมูลภายในฮาร์ดดิสก์โดยเฉพาะ

ปัญหาที่เกิดจากซีพียู
ซีพียูเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตค่อนข้างสูงภายในมีรายละเอียดซับซ้อนโดยจะมีทรานซิสเตอร์ตัวเล็กๆ อยู่รวมกันนับล้านๆ ตัวทำให้หากมีปัญหาที่เกิดจากซีพียูแล้วโอกาสที่จะซ่อมแซมกลับคืนให้เป็นเหมือนเดิมนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ช่างคอมพิวเตอร์เมื่อพบสาเหตุอาการเสียที่เกิดจากซีพียูแล้วก็ต้องเปลี่ยนตัวใหม่สถานเดียว

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับซีพียูส่วนใหญ่แล้วจะมีเพียง 2 อาการที่ช่างคอมพิวเตอร์พบได้บ่อยๆ อาการแรกคือ ทำให้เครื่องแฮงค์เป็นประจำ และอาการที่สองคือวูบหายไปเฉยๆ โดยที่ทุกอย่างปกติ เช่นมีไฟเข้า พัดลมหมุน แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนหน้าจอ สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากซีพียูมีความร้อนมากเกินไปจนเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งก็เดี้ยงไปแบบไม่บอกไม่กล่าว เลย สำหรับวิธีแก้ปัญหาก็คือต้องส่งเคลมสถานเดียว

RAM หายไปไหน Spec 128 MB. ทำไม Windows บอกว่ามีแรมแค่ 96MB. เอง
อาการของ RAM หายไปดื้อ ๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับและขนาดที่จะ โดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M, 8M ไปจนถึง 128M. ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ

"Insert System Disk and Press Enter"
อยู่ ๆ ผมไม่สามารถบูตเข้าสู่วินโดวส์ได้ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น โดยจะขึ้นข้อความว่า "Insert System Disk and Press Enter" ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้ทำการปรับแต่งวินโดวส์ เลย

ปัญหานี้เกิดจากบู๊ตเครื่องโดยมีแผ่นดิสก์ที่ไม่มี OS หรือระบบปฎิบัติการอยู่ในไดรว์ A ซึ่งขั้นตอนแก้ปัญหาก็ให้เอา แผ่นไดรว์ A ออกจากนั้นก็กดปุ่ม Enter เพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าวินโดวส์ได้แล้ว

ไดรว์ซีดีรอม อ่านแผ่นได้บ้างไม่ได้บ้าง หาแผ่นไม่เจอ แก้ปัญหาอย่างไร
ปัญหานี้มักจะไม่เกิดกับไดรว์ซีดีรอมตัวใหม่ ๆ ครับ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดกับไดรว์ซีดีรอมที่มีการใช้งาน มานานแล้ว หรือประมาณ 1 ปีขึ้นไป และสาเหตุที่เห็นกันบ่อยก็คือหัวอ่านสกปรก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกฝุ่น เข้าไปกับแผ่นซีดี แล้วเราก็นำมันเข้าไปอ่านในไดรว์ ฝุ่นก็เลยเข้าไปติดที่หัวอ่าน พอสะสมมาก ๆ เข้าก็เลย ทำให้เกิด อาการดังกล่าว อ่านแผ่นไม่ได้บ้างละ หาแผ่นไม่เจอบ้างละ วิธีการแก้ไขก็คือทำความสะอาดหัวอ่าน โดยใช้แผ่นซีดีที่ไว้สำหรับทำความสะอาดหัวอ่าน ที่มีขายอยู่ตามร้านคอมพิวเตอร์ทั่วไปมาใช้ รับรองอาการดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน

ปัญหาของซีดีออดิโอ
ถ้าคุณเล่นซีดีออดิโอใน CD Writer แล้ว Windows Media หรือ CD Playar แสดงข้อความ "Please insert an audio compact disk" หรือ Data or no disk loaded อาจมีสาเหตุมาจากไดรเวอร์ วิธีแก้คือ ให้เปิด Control Panel เลือก Sound &Multimedia คลิก Devices ดับเบิลคลิก ที่ Media Control Devices และ CD Audio Devices (Media Control) คลิก Remove และ Yes คลิก OK เพื่อปิด หน้าต่างทั้งหมดและบูตเครื่องใหม่

อะไรคือสาเหตุ ที่ทำให้แผ่น CD-ROM เล่นเพลงจนแผ่นแตก
กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วครับ เรื่องไดรว์ CD-ROM ทำแผ่นแตก ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะไดรว์ ที่ผลิตในปัจจุบันมีความเร็วสูง ทำให้เมื่ออ่านแผ่นที่มีคุณภาพต่ำหรือแผ่นที่มีรอยขีดข่วนลึก ๆ ก็ทำให้เกิดสะดุดเป็นผล ทำให้แผ่นแตก ซึ่งปัญหานี้เราจะไม่พบในไดรว์รุ่นเก่า ๆ เลย ทางแก้ก็คือหลีกเลี่ยงการใช้แผ่นที่มีคุณภาพต่ำ หรือแผ่นที่เป็นรอยมาก ๆ

แบตเตอรี่เสื่อมทำอะไรกับเครื่องคุณได้บ้าง
บางครั้งเมื่อเราเปิดเครื่องคอมฯ ขึ้นมาปรากฎว่าเจอกับข้อความ "CMOS CHECKSUM ERROR" หรือไม่เมื่อเราใช้เครื่องคอมฯ ไปเรื่อย ๆ จะสังเกตุเห็นว่านาฬิกาของเครื่องดูเหมือนจะเดินช้าลงนั่น แสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ที่อยู่ในเมนบอร์ดของเรากำลังจะหมด และถ้ายังคงใช้งานต่อไปโดยไม่หา แบตเตอรี่มาเปลี่ยนก็จะทำให้ค่าต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ใน BIOS SETUP หายไปได้ อย่างเช่นค่าของ ฮาร์ดดิสก์ว่า เป็นชนิดอะไร ทำให้เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ เราจะต้องตั้งค่าเหล่านี้ใหม่ทุกครั้ง

"Bad or Missing Interpreter"
มันคืออะไรปัญหาลักษณะนี้จะเกิดจากไฟล์ Command.com นั้นเกิดความเสียหาย หรือถูกลบทิ้งไป ซึ่งทางแก้ไขก็คือให้คุณทำการ ก๊อปปี้ไฟล์ Command.com จากเครื่องอื่น ซึ่งต้องเป็นวินโดวส์รุ่นเดียวกัน หรือจากแผ่น Start Up ดิสก์ที่สร้างจากเครื่อง คุณก็ได้ โดยเมื่อก๊อปปี้ไฟล์ได้แล้วก็ให้ใส่แผ่นในไดรว์ A แล้วเข้าไปที่ A : Promt จากนั้นก็พิมพ์คำสั่ง copy a:\command.com c: เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานคอมได้เป็นปกติ

"8042 GATE-A20 Error"
มันคืออะไรหากว่าพบข้อความ 8042 GATE-A20 Error ปรากฎขึ้นมา นั่นแสดงว่าชิปที่ควบคุมการทำงานของแป้นพิมพ์บนเมนบอร์ด มีปัญหาหรืออาจเกิดจากปลั๊กเสียบไม่แน่น ให้คุณทำการปิดเครื่องแล้วลองขยับปลั๊กให้แน่นขึ้นดู หากยังไม่หายนั้นแสดง ว่าเมนบอร์ดของคุณมีปัญหาแล้ว ควรที่จะยกไปให้ซ่อมหรือไปเปลี่ยนกับทางร้านที่คุณซื้อมา (ถ้ายังมีประกัน)

ทำไมเสียงไม่สามารถแสดงออกมาพร้อมกัน 2 เสียงได้
โดยทั่วไปแล้วการ์ดเสียงส่วนใหญ่จะสามารถทำได้อยู่ ปัญหาน่าจะเกิดมาจากการ์ดเสียงหรือว่าโปรแกรม DirectX ซึ่งการแก้ไขก็ให้คุณลองนำการ์ด เสียงตัวที่คุณใช้แล้วมีปัญหา ไปลองกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ดู หรือลองอัพเดต โปรแกรม DirectX ให้สูงกว่าเวอร์ชั่น 6 ถ้าหากไม่หายแสดงว่าการ์ดเสียงของคุณมีปัญหา แล้วละครับ

Disk Boot Failure
สาเหตุอาจเกิดจาก
เกิดจากคุณอาจลืมแผ่นดิสที่บูทไม่ได้ไว้ในไดร์ฟ A: หรือ แผ่น CD ไว้ในไดร์ฟ CD (กรณีตั้งซีมอสให้บูทที่ซีดีได้) หรือเกิดจากฮาร์ดดิสที่เป็นตัวบูท C: ไม่สามารถใช้งาน ได้หรือมีการเปลี่ยนแปลงค่าในซีมอสทำให้ไม่ตรงรุ่นของฮาร์ดิส

การแก้ปัญหา
1. ตัว Harddisk มีจานแม่เหล็กที่มีผิวเสียหายมากไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
2. ขณะที่ทำการ Scandisk ใช้เวลานานหลายชั่วโมงหรือพบพื้นที่เสียหายมากและต่อเนื่องให้ยกเลิกไปทำการ Format แทน (แต่โอกาสที่จะใช้ได้มีน้อยมากเนื่องจากผิวจานแม่เหล็กเสียหายมาก)
3. ตัวควบคุม Harddisk หรือสายแพรที่ใช้ต่อ Harddisk กับ Controler บน MainBoard เสียหรือเสื่อมสภาพ (จะมีโอกาสเกิดน้อยกว่าความเสียหายบนตัว Harddisk เอง) หลังจากทำตามขั้นตอนต่างๆ แล้วยังเกิดอาการดังกล่าวอีกให้ทำการ Format Harddisk ตัวนี้ โดยทำดังนี้
1. Boot เครื่องด้วยแผ่น Startup Disk
2. เรียกคำสั่ง Format แบบเต็ม (Full Format) ดังนี้ โดยพิมพ์คำสั่งที่เอพร้อม a:/format c:/s และกด Enter และ ตอบ y และ Enter
3. ในขณะที่ทำการ Format โปรแกรมจะทำการตรวจสอบพื้นผิวของจานแม่เหล็กถ้าพบจุดเสียที่ใดก็จะทำการบันทึก ไว้ในตาราง FAT ของตัว Harddisk เพื่อไม่ให้โปรแกรม อื่นๆ นำพื้นที่นี้ไปใช้ได้อีก (จุดที่เสียจะเรียกว่า BAD Sector)
4. จากนั้นก็สามารถนำไปลง OS Program ต่อไปได้
5. หากยังเกิดอาการดังกล่าวอีกแนะนำให้เปลี่ยนตัว Harddisk ครับ คงจะไม่ไหวแล้วจริงๆ

Harddisk ไม่ทำงาน (ไม่มีเสียง Motor หมุน)
สาเหตุอาจเกิดจาก
1. เกิดจากไม่มีไฟเลี้ยงตัว Mortor และวงจรควบคุมตัว Mortor
2. ตัวควบคุมการทำงาน (Controler) บนตัว Harddisk เสียหาย
3. สายบางเส้นที่ต่อจาก Harddisk กับตัวควบคุมบน Mainboard หลวมหรือหลุดหรือเกิดสนิม

การแก้ปัญหา
1. ตรวจสอบสายต่อไฟเลี้ยงดูว่าแน่นหรือเกิดสนิมหรือเปล่า โดยการถอดออกมาแล้วตรวจดูว่าเป็นปกติหรือไม่ แล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่
2. เปลี่ยนสายไฟเลี้ยงที่ต่อให้กับตัว Harddisk เส้นใหม่ดูว่าใช้งานได้หรือเปล่า
3. ทดลองเปลี่ยนสายแพร หรือถอดออกดูก่อนแล้วเปิดเครื่องเพื่อดูว่าทำงานได้หรือเปล่า
4. อาจลองนำเอาสายไฟเลี้ยงที่ต่อให้กับ CD-ROM Drive มาต่อดูก็จะรู้ได้ว่าสายจ่ายไฟเลี้ยงเสียหรือเปล่า

Sector not fond error reading in drive C:
สาเหตุอาจเกิดจาก
1. ปัญหานี้จะคล้ายกับอาการ Data error reading in drive C: หรือ BAD Sector แต่ส่วนที่เกิดปัญหานี้จะเกิดกับส่วนของ File Allocation Table (FAT) ไม่ใช่ที่ตัวพื้นที่เก็บข้อมูลจริง
2. ส่วนของฮาร์ดดิสที่ใช้ในการเก็บข้อมูลของ FAT มีปัญหาเช่นเกิดการเสื่อมของสารแม่เหล็กหรือเกิดรอยที่ผิวของจานแม่เหล็ก เนื่องจากหมดอายุการใช้งาน

การแก้ปัญหา
1. ทำเช่นเดียวกับปัญหา BAD Sector แต่ในส่วนโหมดของการ Scan ให้เลือกเป็นแบบ Standard ก็พอ โดยโปรแกรมจะทำการตรวจในส่วนของ File Allocation Table (FAT) และ Folders และเมื่อโปรแกรมตรวจพบข้อผิดพลาดก็จะทำการซ่อมแซมค่าที่ผิดพลาดนั้นๆ ให้กลับเป็นปกติ หรืออาจบันทึกเป็นชื่ออื่นแต่ตัวข้อมูลจะยังอยู่ซึ่งเราต้องเข้าไปแก้ไขเองอีกครั้ง ซึ่งปัญหาที่มักจะเกิดก็ได้แก่ Cross link, Folders error ที่เกิดขึ้นในตาราง FAT ซึ่ง Files ที่มักจะสร้างปัญหาบ่อยๆ ก็ได้แก่ประเภทที่มีส่วนขยายเป็น TMP ซึ่งมักจะถูกเก็บอยู่ที่โฟเดอร์ชื่อ TEMP (c:\windows\temp) ซึ่ง Files เหล่านี้ จะถูกสร้างจากโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ เช่น โปรแกรมเวิร์ดโปรเซสซิ่ง ซึ่งผู้ใช้งานควรที่จะทำการลบ Files พวกนี้ทิ้งเป็นประจำ การลบ temp files ทำได้โดยการเข้าไปที่โฟรเดอร์ดังนี้ และทำการเลือกทุก files และกดปุ่ม DELETE ที่แป้นคีบอร์ด (C:/windows/temp/*.tmp)
2. หากแก้ไขตามข้อแรกไม่ได้ผลควรที่จะทำการ Format ฮาร์ดดิสใหม่ และลงโปรแกรมใหม่เพื่อเป็นการจัดและเริ่มต้นระบบใหม่ซึ่งจะมีผลให้ความเร็วในการทำงานของเครื่องเพิ่มขึ้นด้วย ก่อนการทำการ Format ฮาร์ดดิสต้องแน่ใจว่าไม่มีความจำเป็นต้องรักษาข้อมูลบนตัวฮาร์ดดิส หรือได้สำรองข้อมูลที่สำคัญไว้ในสื่ออื่นๆ แล้ว การ Format ทำได้โดย Boot เครื่องด้วยแผ่น Startup Disk แล้วใช้คำสั่ง a:/format c:/s เพื่อทำการจัดเตรียมพื้นที่ใหม่ โดยโปรแกรมจะทำการตรวจสอบพื้นผิวของแผ่นจานเก็บข้อมูล และเมื่อไม่สามารถอ่านพื้นผิวบริเวณใดก็จะระบุตำแหน่งจุดที่เสียบนพื้นผิวเพื่อที่โปรแกรม Windows จะไม่ไปใช้พื้นที่นั้นในการเก็บข้อมูล

การป้องกันปัญหา:
1. ทำการ Scandisk ทุกๆ สัปดาห์
2. ลบ temp files ใน Windows/temp ทิ้งให้หมดหลังจากการทำ Scandisk แล้ว (ก่อนทำการ Scandisk และลบ temp file ทิ้ง ควรทำการปิดโปรแกรมทุกตัวก่อนทุกครั้ง)
3. ใช้โปรแกรม Disk Cleanup ช่วยในการลบ files ที่ไม่จำเป็นทิ้งโดยเริ่มต้นที่ Start Menu/Programs/Accessories/System tools/Disk Cleanup จากนั้นทำเครื่องหมายถูกที่หน้า Temporary files

Data Error Reading in Drive C:
สาเหตุอาจเกิดจาก
เนื่องจากโปรแกรมไม่สามารถอ่านข้อมูลจากผิวของตัวจานเก็บข้อมูลได้

การแก้ปัญหา
เรียกโปรแกรม Scandisk ขึ้นมาโดย
1. ดับเบิลคลิกที่ My Computer
2. ชี้ mouse ไปที่ Drive ที่ต้องการจะทำการ Scan
3. คลิกปุ่มขวาของ Mouse เลือก Properties
4. เลือก TAB Tools
5. กดปุ่ม [Check Now...] บน Windows Propeties
6. เลือกรูปแบบการ Scan เป็น [Thorough]
7. ทำเครื่องหมายถูกหน้า Automatically fix errors
8. เริ่มทำการ Scan โดยกดที่ปุ่ม Start
9. เมื่อทำการ Scan จนเสร็จแล้วจะมีหน้าต่างแสดงค่าที่ทำการ Scan ให้ดู (ScanDisk Results- [c:] ให้สังเกตุดูที่หัวข้อ bytes in bad sectors ถ้ามีตัวเลขขึ้นแสดงว่าโปรแกรม Scan ตรวจพบส่วนที่เสียหายของผิวจานแม่เหล็กของ Hardisk
10. กดปุ่ม close เพื่อทำการปิดโปรแกรม ScanDisk
11. ในขณะนี้โปรแกรม ScanDisk จะทำการตรวจสอบส่วนต่างๆ ของ Harddisk เรียบร้อยแล้วและได้ทำการทำเครื่องหมายบริเวณที่ไม่สามารถอ่านได้แล้วลงบนตารางแฟ็ท (FAT=File Allocation Tables), Folders หลังจากทำการ Scandisk เสร็จแล้วอาการดังกล่าวน่าจะหายไป

ซีดีรอมไม่อ่านจะทำอย่างไร

ซีดีรอมหากใช้ไปนานๆ อาจจะอ่านได้บ้างไม่ได้บ้าง และอาจจะอ่านไม่ได้เลยก็มีเช่นกัน ซึ่งมีวิธีการแก้ไขดังนี้
1. ทำการล้างหัวอ่านซีดีรอมครับ (CD-Cleaner)
2. วิธีแรกยังไม่ได้ผล ซึ่งสาเหตุอาจจะมาจากการที่คุณใส่แผ่นซีดีก่อนที่โปรแกรมจะอ่านก็เป็นไปได้ครับ
3. ถ้าไม่ใช่ทั้ง 2 กรณี ก็เกิดจากหัวอ่านมีปัญหาแล้วล่ะครับ แก้ไขได้โดยวิธีปรับโวลุม VR เรียกกันว่า Variable Resister ซึ่งเป็นสกูที่หัวอ่านครับ เรามาเตรียมเครื่องมือกันก่อนครับ
1. ไขควงขนาดเล็ก 2. ไขควงสองแฉกหรือสี่แฉกครับและเครื่องซีดีรอมที่มีปัญหา

วิธีการถอดที่ยึดรางซีดี
1. ดึงรางซีดีออก
2. งัดที่ยึดรางซีดี
3. ดึงหน้ากากซีดีรอมออก โดยใช้ไขควงกดที่ยึดทั้งสี่ด้านแล้วถอดน็อตยึดตัวถังโลหะให้หมดแล้วงัดตัวถังโลหะ
4. ถอดฝาครอบซีดีรอมออกให้หมด
5. ใช้ไขควงหมุนหัวปรับ VR ไปตามเข็มนาฬิกาประมาณ 10-20 องศา
6. หมุนเสร็จแล้วอย่าเพิ่งประกอบเข้าเครื่องนะครับ เพราะจะยังใช้งานไม่ได้อยู่ ให้คุณลองใส่แผ่นซีดีแล้วลองเปิดดูก่อนครับถ้าใช้การได้แล้วจึงจะประกอบเข้าเครื่องครับ แต่ถ้ายังเปิดไม่ได้อีกก็ให้คุณหมุนต่อไปอีกสักประมาณ 3-5 องศา ครับและทำการทดลองจนเปิดได้เสียก่อนจึงค่อยจะประกอบเข้าเครื่องครับ

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

7 วิธีปลอดภัยจากแฮกเกอร์

1. อัพเดทระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ โดยเฉพาะโปรแกรม Antivirus ที่คุณใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์หรือระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ บางครั้งย่อมต้องมีบั๊ก มีช่องโหว่ที่อาจจะเอื้อให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเข้ามาได้

2. ถึงจะมีโปรแกรม Antivirus อยู่แล้วแต่บางครั้งก็อาจจะมีบางตัวที่หลุดรอดเข้ามาได้ วิธีการที่ดีที่สุดก็คือควรสแกนอุปกรณ์เก็บข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการ์ดหน่วยความจำหรือ Flash Drive ต่างๆ ก่อนนำมาใช้งาน

3. ติดตั้ง Firewall เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์และเป็นการป้องกันการรับ-ส่งข้อมูลที่คุณไม่ต้องการทั้งจากโปรแกรมสปายแวร์เอง หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่อาจจะเป็นการเปิดช่องโหว่ในการโจมตีได้อีก

4. ระมัดระวังการเล่นอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเว็บสำหรับผู้ใหญ่ทั้งหลาย ถ้าเข้าไปอาจจะติดไวรัสหรือโดนแฮกโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

5. บล็อกการทำงานของสปายแวร์ โดยอาจจะใช้ Firewall อย่างที่ได้กล่าวไป หรือใช้โปรแกรม Anti-Spyware มากวาดล้างเลย อย่าปล่อยให้มีสายลับวายร้ายมาอาศัยในเครื่องคุณ

6. ฝึกตัวเองให้เป็นคนรอบคอบ และจำให้ขึ้นใจว่าปลอดภัยไว้ก่อน การให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญบางอย่างผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ต้องทำอย่างระมัดระวัง มีอีกวิธีการที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น อย่างเช่น การเข้ารหัส ข้อมูลก่อนส่ง หรือกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นเท่านั้น

7. ติดตามข่าวสาร รูปแบบการโจมตีใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อที่จะได้ระมัดระวังและหาทางป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณตลอดเวลา

การรวมกันและแยกกันอยู่บน Taskbar(winXP)

วิธีการเล็กๆน้อยๆที่ำทำให้โปรแกรมเดียวกันแต่เปิดเอาใว้หลายๆหน้าให้อยู่รวมกันหรือแยกกันอยู่ได้บนTaskbar ก็มีส่วนให้ท่านทำงานได้คล่องขึ้นเหมือนกันนะครับ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ

1. ในการเปิดโปรแกรมเดียวกันแต่ต้องเปิดพร้อมกันไว้หลายๆหน้า อย่างเช่น โปรแกรม Internet explorer นั้นท่านจะเห็นว่ามันจะถูกรวมกันเป็นปุ่มเดียวตรงทาสก์บาร์แล้วจะมีตัวเลขกำกับจำนวนหน้าที่เปิดเอาไว้ ตัวอย่างเช่น เมื่อท่านได้เปิด IE เอาไว้จำนวน7 หน้า ท่านก็จะเห็นว่าตรงทาสก์บาร์มีเพียงปุ่มเดียว แต่รวมเป็นโปรแกรม IE เอาไว้ทั้งหมด เมื่อท่านคลิกเมาส์ที่ปุ่มนี้ก็จะปรากฎรายชื่อขึ้นทั้งหมด 7 รายการที่ท่านได้เปิดไว้ ซึ่งเป็นเมนูที่ winXP ได้กำหนดให้เป็นอย่งนี้ตั้งแต่แรก บางที่การที่มันต้องรวมกันอย่างนี้ก็เป็นการยุ่งยากที่จะทำให้เราไ้ด้ดูว่าเราได้เปิดโปรแกรมในหน้าที่ชื่อว่าอะไรไว้บ้าง แล้วเราจะทำไงดีล่ะที่จะให้มันได้แยกกัน

2. วิธีการที่จะทำให้มันได้แยกกันอย่างที่เราได้ตั้งใจไว้ให้ท่านทำตามขั้นตอนดังนี้
2.1 ให้ท่านคลิกขวาบนที่ว่างของ Taskbar เลือก properties
2.2 คลิกเลือกแท็บ taskbar แล้วคลิกยกเลิกเช็กบ็อกซ์ Goup similar Taskbar Button จากนั้นก็คลิก OK.

3. ให้ท่านลองสังเกตุผลลัพธ์ที่ได้ จะเห็นว่าตรงโปรแกรมที่เคยรวมกันอยู่ก็จะแยกเรียงกันอยู่บนทาสก์บาร์

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ตรวจสอบปัญหา Vista แน่นิ่งไปเองบ่อยๆ

เช้าวันจันทร์อย่างนี้ นายเกาเหลาขอเริ่มด้วยปัญหาของผู้ใช้ Vista ท่านหนึ่ง ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ระบบปฏิบัติการกราฟิกหวานเย็นตัวนี้อยู่ๆ ก็มีอาการแช่แข็ง (freezes) ให้เห็นเป็นระยะๆ แบบไม่ทันตั้งตัว อธิบายซะจนเห็นภาพอาการหนาวๆ ร้อนๆ ของผู้ใช้ที่ต้องประสบปัญหาลักษณะนี้คำถามไม่จบแค่นั้นสิครับ เพราะเจ้าตัวบอกว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี อยากตรวจสอบด้วยตนเองก่อนที่จะยกเครื่องไปซ่อม หากสามารถทราบต้นตอของปัญหา เพื่อดำเนินการแก้ไขด้วยตัวเองได้ยิ่งดีใหญ่จะได้ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง ข่าวดีก็คือ Vista มาพร้อมกับเครื่องมือที่ช่วยระบุปัญหาของการทำงานได้ด้วยตัวมันเองครับ โดยระบบจะสร้างรายงานสุขภาพของเครื่องให้ผู้ใช้ทราบได้นั่นเอง

ขั้นแรกคลิกปุ่ม Start เลือก Control Panel ดับเบิ้ลคลิกบนไอคอน Performance Information and Tools สังเกตที่ด้านซ้ายของไดอะล็อกบ๊อกซ์ให้คลิก “Advanced tools” จากนั้นคลิก “Generate a system health report” หัวข้อสุดท้าย ระบบปฏิบัติการจะแสดงพรอมพ์ให้ป้อนรหัสผ่านของ admin จากนั้น Vista จะใช้เวลาอีก 2-3 นาทีในการวิเคราะห์ปัญหาให้กับคุณครับ แต่ถ้าดูแล้วยังแก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ ก็คงต้องยกไปให้ช่าง หรือเพื่อนที่เก่งๆ ช่วยดูให้แล้วล่ะครับ ขอให้โชคดีนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก คอมพิวเตอร์ทูเดย์